หน้าแรก ประวัติ บทความ ตารางงาน รายการทีวี

 

 

 

 

sky

 

อนาธิปไตย

ฉบับประจำวันอังคารที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

Print version

                            

ขณะที่ผู้อ่านท่านที่เคารพจับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับนี้ นิติภูมิก็คงจะเดินทางถึงทวีปยุโรป จุดหมายปลายทางก็คือ การมาเยือนสาธารณรัฐมอลตา สิ่งหนึ่งซึ่งท่านที่เคารพหลายท่านกรุณาชวนผมไปพูดจาสนทนาก่อนการเดินทางครั้งนี้ก็คือ ท่านกลัวว่าลัทธิอนาธิปไตยจะกระจายขยายไปทุกตรอกซอกมุมในประเทศไทย ซึ่งลัทธินี้ดูเผินๆเหมือนกับว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่จากประวัติศาสตร์ของชาติที่เคยมีลัทธิอนาธิปไตยอุบัติขึ้น ชาติพวกนี้มักจะมีความล้มเหลวตามมาในเวลาไม่ช้านัก

 

ขบวนการของลัทธิอนาธิปไตยเน้นให้สังคมเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งหมดร่วมกัน โดยให้มีการตกลงกันเองระหว่างบุคคล ผู้อ่านท่านจะเห็นว่า เดี๋ยวนี้เริ่มมีกลุ่มของบางลัทธิที่ให้ผู้คนมีทรัพย์สินร่วมกันอยู่ในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัดของประเทศไทยหลายแห่ง การทำเป็นกลุ่มเล็กๆย่อมไม่มีผลอะไรไปกระทบรุนแรงแก่ประเทศชาติบ้านเมือง โชคดีที่ผู้คนในกลุ่มนี้ในประเทศไทยดันเป็นคนดีมีศีลธรรม ปัญหาจึงไม่เกิด

 

แต่ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวของพวกอนาธิปไตยไปมาในระดับชาติ รวมทั้งมีบางสื่อคอยถือหางให้การสนับสนุน จึงเป็นที่น่าหวาดกลัว ก่อนยุคสหภาพโซเวียต รัสเซียก็เคยมีนายมิฮาอิล อะเล็กซานโดรวิช บาคูนิน คนนี้ตั้งตนเป็นคนนำของขบวนการอนาธิปไตยและได้เผยแพร่ให้ใช้วิธีการที่รุนแรงเพื่อล้มล้างรัฐบาล ขบวนการของนายบาคูนินมักจะใช้วิธีการฆ่าผู้นำรัฐบาล หรือเสกสรรปั้นเรื่องโยนความผิดให้ผู้นำเพื่อให้รัฐบาลล้ม นายบาคูนินและพวกมีความเชื่อว่า ถ้าปราศจากผู้นำซะแล้ว รัฐบาลก็จะล้มไปเอง และทุกสิ่งทุกอย่างก็จะปรับตัวให้ดีขึ้นได้โดยวิธีธรรมชาติ

 

ผู้คนเคยงุนงงสงสัยว่า พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เจออะไร? เมื่อมาคิดพิจารณาโดยรอบคอบ ผมว่าท่านเจอขบวนการอนาธิปไตยเช่นเดียวกับผู้นำในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขณะนั้นขบวนการนี้มีกำลังวังชามาแรงในโลก จึงได้จัดการสังหาร ผู้นำไปหลายคน เช่นซาร์อะเล็กซานเดอร์ที่ 2 ของรัสเซีย, ประ-ธานาธิบดีมารีฟรองซัวซาดีการ์โนแห่งฝรั่งเศส, จักรพรรดินีเอลิซาเบทแห่งออสเตรีย, พระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 แห่งอิตาลี และประธานาธิบดีวิลเลียม แมกคินลีย์แห่งสหรัฐอเมริกา

 

ระยะหลัง ความนิยมในลัทธิอนาธิปไตยมีน้อยลงไปเพราะได้พิสูจน์ ให้เห็นมากมายหลายครั้งแล้วว่า การสังหารหรือการทำลายผู้นำไม่ได้ทำให้ รัฐบาลสลายตัวและรัฐบาลก็ไม่ได้ล้มไปเอง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้ปรับตัวให้ดีขึ้นมาใหม่ได้โดยวิธีธรรมชาติ อย่างที่แกนนำของขบวนการบ้าพวกนี้มีความเชื่อ

 

นายบาคูนินเองซึ่งเป็นเจ้าลัทธิอนาธิปไตยในยุโรป ก็ไปทะเลาะ เบาะแว้งกับนักสังคมนิยมกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะพวกมาร์กซิสต์ และก็ด้วยสาเหตุนี้นี่เองครับ ที่ทำให้นายบาคูนินถูกขับออกจากองค์การคอมมิวนิสต์ สากลที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2415

 

พวกนิยมลัทธิอนาธิปไตยจึงไปตั้งขุมกำลังกันใหม่ที่สเปนและใช้สเปนเป็นศูนย์กลางการก่อการร้าย แต่ภายหลังก็ไม่วายถูกรัฐบาลของนายพลฟรานซิสโก ฟรังโกปราบซะราบคาบราบเรียบ

 

พ.ศ.2505 เป็นต้นมา มีการรื้อฟื้นลัทธิอนาธิปไตยให้คืนชีพขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยในเยอรมนีและฝรั่งเศส แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล

 

จุดมุ่งหมายปลายทางของลัทธิอนาธิปไตยคล้ายกับลัทธิอาริยะ การเมืองอาริยะจะไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยที่ให้ผู้คนทั้งประเทศชาติ บ้านเมืองเข้าไปกากบาทในคูหา เพื่อเลือกผู้แทนของตนไปทำหน้าที่บริหารและนิติบัญญัติ

 

สมาชิกลัทธิอนาธิปไตยพวกนี้มีความเชื่อว่า สังคมที่ดีในขั้นสุดท้ายบั้นปลายนั้น จะต้องเป็นสังคมที่มีสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนคนทั้งประเทศ คนพวกนี้ไม่มีความเชื่อในระบอบประชาธิปไตยที่ใช้กันอยู่ทั้งโลกขณะนี้

 

ขบวนการอนาธิปไตยเชื่อในความรุ่งเรืองของสังคมแห่งมนุษยชาติ ก่อนจะมีการก่อตั้งรัฐบาลขึ้นมาปกครอง

 

ลัทธิอนาธิปไตยจึงไม่เชื่อในการมีรัฐบาล ทุกคนจะอยู่กันอย่างแบ่งปันตามธรรมชาติ คิดอย่างนี้ก็มีส่วนไปละม้ายคล้ายกับความเชื่อของลัทธิมาร์กซ์ แฮ่ๆ แต่จะบ้าเจ้อเพ้อฝันมากกว่ามาร์กซ์ ซะด้วยซ้ำไป ไอ้พวกนี้นี่นะครับ ถ้ามันบ้าอยู่ในห้องหับของตัวเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้ามันย้ายมาบ้าบอคอแตกแหกปากอยู่ ข้างนอก ก็สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ประชาชนคนทั้งประเทศได้ เหมือนกัน.

 

 

      

                                                                                                    นิติภูมิ  นวรัตน์                                                      

 

 

Copyright @2008 www.Nitipoom.net  All right Reserved Powered by Nitipoom.net